ก้าวไปกับครู ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน
ธนาคารออมสินลดดอกเบี้ยเงินกู้ครูผ่อนดี เพิ่มโอกาสหมดหนี้เร็วขึ้น
ภาวะเศรษฐกิจและระดับหนี้ครัวเรือนในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนรวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานให้แก่เยาวชนของประเทศ
ธนาคารออมสินและกระทรวงศึกษาธิการ โดย คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคุณทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน จึงเปิดโครงการ “ก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา มุ่งช่วย ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีภาระหนี้สามารถบริหารจัดการหนี้ได้ดีขึ้น ลดภาระดอกเบี้ยเพื่อปิดหนี้ได้เร็วขึ้น มีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น
โดยหลังจากที่เปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับสิทธิ์ลดดอกเบี้ย ด้วยระยะเวลาเพียง 11 วัน มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 80,000 บัญชี
เสียงสะท้อนของครูที่เข้าร่วมโครงการฯ ย้ำว่า การลดภาระดอกเบี้ยช่วยให้มองเห็นเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ชัดเจนขึ้น ที่สำคัญโครงการนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการยกหนี้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ครูสามารถเร่งชำระเงินต้นและปลดภาระหนี้ด้วยกำลังของตนเอง ขณะที่ยังช่วยประคับประคองไม่ให้เสียวินัยทางการเงิน และเมื่อภาระหนี้หมดลง รายได้ที่เคยต้องนำไปชำระหนี้ก็สามารถกลับมาใช้ดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น
ลดดอกเบี้ยครูผ่อนดีเหลือ 3.50% ต่อปี เงินงวดเท่าเดิม แต่ตัดเงินต้นได้มากขึ้น คือหัวใจสำคัญของมาตรการช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษาครั้งนี้ เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง เงินที่ชำระในแต่ละงวดจะถูกนำไปตัดยอดเงินต้นได้มากกว่าเดิม ทำให้เงินต้นลดเร็วและช่วยร่นระยะเวลาการเป็นหนี้ให้สั้นลง มีโอกาสปิดจบได้ไวขึ้น
ภายใต้โครงการนี้ ธนาคารออมสินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.–ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูล ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งมีสถานะเป็นลูกหนี้ผ่อนชำระดี จากแผนความช่วยเหลือเดิมที่ 4% เหลือ 3.50% ต่อปี จนถึงเดือนธันวาคม 2570 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2571 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ย MLR หรือ MRR หัก 2% ต่อปี โดยอ้างอิงตามอัตราดอกเบี้ยที่ระบุไว้ในสัญญาเดิม
ดูแลภาระหนี้ครูกว่า280,000 บัญชี
ปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นลูกหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.–ช.พ.ส. และโครงการเกื้อกูลผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จากช่วงปี 2548–2558 ซึ่งยังมีภาระหนี้รวมกว่า 280,000 บัญชี ธนาคารออมสินจึงปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้แก่ลูกหนี้ที่รักษาวินัยการชำระหนี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้สามารถลดภาระหนี้ได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่มีประวัติค้างชำระปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และกลับมาชำระตามเงื่อนไข เพื่อเข้าสู่โครงการและรับสิทธิ์ ลดดอกเบี้ยได้เช่นกัน
ธนาคารออมสินพร้อมเดินเคียงข้างครู ตลอดเส้นทางการแก้ไขปัญหาหนี้
โครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์ สู่อิสรภาพทางการเงิน”
ทำให้เส้นทางสู่ความมั่นคงทางการเงินของครูไทยใกล้กว่าเดิม สอดคล้องกับบทบาทของธนาคารออมสินในฐานะ “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต”
ใครเข้าร่วมโครงการได้บ้าง?
ธนาคารออมสินทยอยแจ้งสิทธิ์ให้ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ผ่าน SMS จดหมาย และข้อความแจ้งเตือนบนแอป MyMo โดยแบ่งผู้เข้าร่วมโครงการออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1. ลูกหนี้สถานะปกติ หรือผู้ที่ผ่อนชำระหนี้ดี
ต้องเป็นลูกหนี้ที่ชำระดอกเบี้ยได้ตามเกณฑ์ ไม่มีสถานะทางกฎหมาย และสัญญาไม่ครบกำหนดในปี 2569 โดยมีรายละเอียดการลงทะเบียนดังนี้
- ผู้ที่ยังมีสถานะเป็นสมาชิก ช.พ.ค.–ช.พ.ส. และได้รับแจ้งสิทธิ์จากธนาคาร สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม–31 ตุลาคม 2569 ผ่านแอป MyMo เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยผู้ที่ลงทะเบียนก่อนจะได้รับสิทธิ์ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อน
- ผู้ที่พ้นสภาพสมาชิก ช.พ.ค.–ช.พ.ส. และประสงค์รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ย จะต้องยื่นขอกลับเข้าเป็นสมาชิกกับสำนักงาน สกสค. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกับธนาคารภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
2. ลูกหนี้ที่ต้องปรับปรุงโครงสร้างหนี้ก่อน
- ครอบคลุมลูกหนี้ที่ชำระดอกเบี้ยได้ต่ำกว่าเกณฑ์ มีสถานะทางกฎหมาย สัญญาครบกำหนดในปี 2569 หรือมีสถานะเป็นหนี้ค้างชำระ ลูกหนี้กลุ่มนี้สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขาเพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หากสามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขติดต่อกัน 3 งวด และกลับมามีสถานะหนี้ปกติภายในเดือนธันวาคม 2569 จะได้รับสิทธิ์ลดอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกัน

